พนันบอลออนไลน์ ด้จุดโทษกังขา!

พนันบอลออนไลน์
พนันบอลออนไลน์ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์ 3 สมัยติด ปี 2013, 2014 และ 2015 ลงสนามปะทะ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แชมป์ปี 2010 ที่สนามศุภชลาศัย เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เวลา 18.30 น. โดยสถิติที่พบกัน 19 ครั้ง “ปราสาทสายฟ้า” ชนะ 10 เสมอ 9 และเป็นการชนะในรายการนี้ 2 ครั้ง ปี 2013 ชนะ 2-0 และ ปี 2014 ชนะ 1-0

เกมนี้ อเล็กซานเดร กามา เฮดโค้ชเซราะกราว วาง ไคโอะ กอนซาเวส หอกลูกครึ่งญี่ปุ่น-บราซิล ลงล่อเป้าร่วมกับ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ดาวซัลโวของทีม ด้าน “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน กุนซือกิเลนผยอง ส่ง ชนาธิป สรงกระสินธ์, เคลย์ตัน ซิลวา และจูเนียร์ เนเกรา เป็นทีเด็ดแนวรุก

เปิดฉากมา 6 นาที บุรีรัมย์ เดินเกมบุกเข้าใส่ไม่ยั้ง และได้ลุ้นประตูจากลูกยิงแถวสองของ สุเชาว์ แต่ติดเซฟ ขณะที่ เอสซีจี เมืองทองฯ ได้โต้จากการยิงฝั่งขวาของ ฐิติพันธ์ แต่โดนปัดทิ้ง กระทั่ง น.14 กองเชียร์เซราะกราวเฮลั่นสนาม เมื่อ ดิโอโก ได้บอลทะลุเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนแตะหลบ อาโอยามะ แล้วยิงหนีมือผู้รักษาประตู 1-0

จากนั้นรูปเกมทั้งสองทีมยังชิงโอกาสกันสูสีแต่จังหวะสุดท้ายไม่คมพอ น.35 ธีราทร เปิดมุมเข้าหัว ตูเนซ โหม่งเต็มๆไปโดนเซฟ ถัดมา น.42 เคลย์ตัน อัดฟรีคิกระยหวังผลข้ามคาน หมดครึ่งแรก บุรีรัมย์ นำอยู่

ครึ่งหลัง แชมป์จากอีสาน ส่ง อดุล หละโสะ ลงแทน สุเชาว์ และถัดมาไม่ถึงนาที “บังดุล” เกือบแผลงฤทธิ์ซัดไกลไปชนคานอย่างจัง ด้าน “โค้ชแบน” ส่ง อดิศักดิ์ ไกรษร ลงลุ้นประตูในน.55 แทน เนเกรา ที่เท้าบอด แต่รูปเกมยังเป็นฝั่ง “ปราสาทสายฟ้า” ที่ได้ลุ้นต่อเนื่อง น.64 ไคโอะ ยิงไม่ผ่านมือกวินทร์

ก่อนที่ น.66 กวินทร์ จะจ่ายบอลพลาด โดน ไคโอะ วิ่งมาฉกและกำลังจะเข้าเทตโทษ แต่โดน “เจ้าบาส” พีระพัฒน์ สกัดล้มจากด้านหลัง แม้จะฟาวล์นอกกรอบแต่ ฑีธิชัย นวลจันทร์ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษ และเป็น อันเดรส ตูเนซ ที่สังหารไม่เหลือ 2-0

แต่ “กิเลนผยอง” ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ น.78 “เจ้ากอล์ฟ” อดิศักดิ์ รับบอลหน้าเขตโทษ แล้วยิงเสียบเสาซ้ายเข้าไปอย่างสวยงาม ไล่มา 1-2อย่างไรก็ตาม น.83 บุรีรัมย์ ฉีกหนีเป็น 3-1 จากจังหวะที่ ดิโอโก งัดบอลไปเสาสองให้ จักรพันธ์ แก้วพรม โขกโล่งๆ

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เอสซีจี เมืองทองฯ บุกหนัก และสามารถส่งลูกซุกตาข่ายจากจังหวะที่ สารัช เปิดให้ กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ ตัวสำรองโหม่ง แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้า จบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายชนะ 3-1 คว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ก ไปครองเป็นสมัยที่ 4 พร้อมเพิ่มสถิติการพบกันเป็น ชนะ 11 เสมอ 9